ยินดีต้อนรับ
alt here f.a.q
alt here contact
หน้าหลัก หน้าหลัก
alt here ประวัติความเป็นมา
alt here กระดานข่าว
alt here ติดต่อ
 Church news
ss
 
 ขอเชิญร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐาน ณ ศาลาลดาวัลย์
                            Read more
สำนักสงฆ์ วัดเขาพระครู
สำนักสงฆ์ วัดเขาพระครู อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี www.watkhaophrakru.com
  ประวัติ ความเป็นมา สำนักสงฆ์ วัดเขาพระครู

 

ประวัติสำนักสงฆ์เขาพระครู

 

เนื่องด้วยสมัยก่อนนั้น ท่านพระครูธรรมธรเที่ยง ซึ่งท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดศรีมหาราชาในสมัยนั้น ท่านเป็นพระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ชอบธุดงค์หาสถานที่วิเวก ท่านจึงได้มาธุดงค์ปักกลดอยู่บนภูเขาลูกนี้ เพราะไม่ไกลจากวัดศรีมหาราชา
 

                       


และต่อมาในปีพ.ศ. ๒๔๗๙ หม่อมราชวงศ์ สดับ ลดาวัลย์ เจ้าจอมในรัชกาลที่ ๕ เสด็จมาเยี่ยมสมเด็จพระพันวิสาอัยยิกาเจ้า ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ท่านได้ทราบว่าลูกศิษย์ของท่านสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์คือพระครูธรรมธรเที่ยง ธุดงค์อยู่บนภูเขาลูกนี้ หม่อมราชวงศ์ สดับ ลดาวัลย์ จึงได้เสด็จขึ้นมาบนเขาเพื่อมากราบพระครูธรรมธรเที่ยงซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดมาประมาณ ๒๐๐ ขั้น และเห็นท่านพระครูธรรมธรเที่ยงปักกลดอยู่ใต้ร่มไม้ หม่อมราชวงศ์ สดับ ลดาวัลย์ จึงเกิดศรัทธาเลื่อมใส และได้ถวายปัจจัย เป็นเงิน ๑๕ ชั่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นเงิน ๑,๕๐๐ บาท เพื่อสร้างเสนาสนะกุฏิเพื่อจำพรรษา ซึ่งกุฏิหลังนี้เป็นกุฏิหลังแรกของภูเขาลูกนี้ จากนั้นท่านพระครูธรรมธรเที่ยงเห็นว่ามีเสนาสนะที่ถาวรแล้วท่านจึงสร้างขึ้นเป็นสำนักสงฆ์ ซึ่งชาวบ้านในละแวกนี้ก็ศรัทธาท่านพระครูธรรมธรเที่ยงเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกชื่อสำนักสงฆ์นี้ว่า สำนักสงฆ์เขาพระครู ซึ่งเขาพระครูนั้นหมายถึงพระครูธรรมธรเที่ยง

 


หลังจากนั้นท่านพระครูธรรมธรเที่ยงก็ได้มรณภาพ ต่อมาท่านพระครูปริยัติวราทร(หลวงพ่อผิว) ก็ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีมหาราชาองค์ต่อมา ท่านก็ได้พัฒนาสำนักสงฆ์เขาพระครูโดยได้ก่อสร้างศาลาธรรมสงเคราะห์กิจ สร้างกุฏิเพิ่มขึ้น สร้างกำแพงรูปเรือหันหน้าลงทะเลขึ้นและได้ทำทางถนนรถยนต์ขึ้นมาบนสำนักสงฆ์นี้ด้วยแต่เมื่อก่อนนี้ไม่ค่อยจะมีรถขับเคลื่อน 4 ล้อและไม่มีเครื่องจักรกลที่ทันสมัย จึงทำให้รถยนต์ไม่สามารถขึ้นได้ ถนนดังกล่าวจึงมีต้นไม้ขึ้นปกคลุม ซึ่งก็มีพระภิกษุจำพรรษาเรื่อยมาแต่ส่วนใหญ่จะเป็นพระธุดงค์จากที่อื่นๆ จะไม่ค่อนจะมีพระพื้นที่ศรีราชามาอยู่ เพราะต้องเดินขึ้นลงบันไดกว่า ๒๐๐ ขั้นทุกวัน น้ำสำหรับใช้ก็ต้องรองน้ำฝนในฤดูฝน เพื่อเก็บไว้ใช้ในฤดูหนาวและฤดูร้อน ทำให้ได้รับความยากลำบากเป็นอย่างมาก ซึ่งพระอาจารย์อนนท์ สุนนฺโท ประธานสำนักสงฆ์องค์ปัจจุบัน ได้เคยธุดงค์มาพำนักอยู่ที่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ เห็นว่าสถานที่เห็งนี้มีความสัปปายะเหมาะกับการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ท่านก็เลยธุดงค์ไปๆมาๆอยู่เป็นประจำ จากนั้นปีพ.ศ.๒๕๓๘ พระครูปริยัติวราทร(หลวงพ่อผิว)ก็ได้มรณภาพบนสำนักสงฆ์เขาพระครูนี้ก็จะไม่มีพระดูแล สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ก็ชำรุดทรุดโทรม ซึ่งพระครูปริยัติวราทร(ธีระชัย) เจ้าอาวาสวัดศรีมหาราชาองค์ปัจจุบันท่านก็ไม่มีเวลาที่จะมาดูแล ท่านก็เห็นว่าพระอาจารย์อนนท์ สุนนฺโท เป็นคนพื้นที่ศรีราชามีญาติโยมที่ศรัทธาเลื่อมใสอยู่พอสมควร และพระอาจารย์อนนท์ สุนนฺโท ก็เห็นว่าสถานที่แห่งนี้เหมาะที่จะให้บุคคลทั่วไปได้เข้ามาปฏิบัติธรรมซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล และมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเห็นทั่วเมืองศรีราชาและเกาะสีชัง ท่านจึงได้ริเริ่มขึ้นมาบูรณะปฏิสังขร และได้เล็งเห็นว่าถ้ามีทางถนนรถยนต์ขึ้นมาได้ การบูรณะซ่อมแซมรวมการปลูกสร้างถาวรวัตถุต่างก็จะง่ายขึ้น จากนั้นท่านก็ได้นำเครื่องจักรกลต่างๆ เช่น รถตัก รถเกรด รถบด เป็นต้น มาทำถนนจนรถทุกชนิดสามารถขึ้นมาได้



ต่อมาพระอาจารย์อนนท์ สุนนฺโท ได้มีความประสงค์ที่เปิดเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมเพื่อให้บุคคลทั่วไป ทั่งชาวศรีราชาและพื้นที่ใกล้เคียงได้เข้ามาปฏิบัติธรรม จึงได้ริเริมสร้างศาลาขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๔ เมตร ซึ่งได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ในวันอาทิตย์ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ โดยนายอำเภอศรีราชา นายฐานิศร์ น้อยเพ็ง เป็นประธานในพิธีและได้จัดพิธีเททองหล่อพระประธานขนาดหน้าตัก ๖๙ นิ้ว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายประชา เตรัตน์ เป็นประธานในพิธี ซึ่งมีประชาชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก และได้จัดพิธีอัญเชิญพระประธานขึ้นประดิษฐาน ณ ศาลาฯ ชั้น๒ โดย ฯพณฯท่านสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี ซึ่งศาลาหลังชื่อว่า “ศาลาลดาวัลย์” ซึ่งชื่อเป็นเกียรติให้กับ หม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ ผู้ริ่เริ่มสร้างเสนาสนะ ซึ่งศาลาลดาวัลย์นี้ได้ทำพิธีฉลองศาลา-พิธีเบิกเนตรพระประธาน ในวันอาทิตย์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ โดยได้จัดงานพร้อมกันกับงานทอดกฐินสามัคคีประจำปีพ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ และได้ทำให้บุคคลทั่วไปได้รู้จักสำนักสงฆ์เขาพระครูมากขึ้นหลังจากที่ถูกปิดบังมากว่า ๗๐ ปี ซึ่งต่อไปทางสำนักสงฆ์ก็จะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้ามาปฏิบัติธรรมได้อย่างสะดวก เพราะสถานที่ต่างๆ ได้เอื้ออำนวย ดังนั้นโครงการต่างๆ ดังกล่าวนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากศรัทธาญาติโยมสาธุชาวศรีราชาและพื้นที่ใกล้เคียงทำให้สำนักสงฆ์เก่าแก่ของศรีราชา ได้กลับมาเป็นประโยชน์ให้กับคนรุ่นหลังต่อไป และเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ถาวรสืบต่อไป

............................................